ทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน “บ. ไทยแอร์เอเชีย” เป็น “BBB-” จาก “BBB+” และประกาศเครดิตพินิจแนวโน้ม “Negative”

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 2, 2020 19:15 —ทริส เรตติ้ง

ทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด เป็นระดับ “BBB-” จาก “BBB+” โดยการลดอันดับเครดิตในครั้งนี้สะท้อนถึงสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ผลกระทบของการแพร่ระบาดที่ส่งผลเสียหายในหลายภาคส่วนนี้มีสัญญาณว่าจะทวีความรุนแรงมากกว่าที่ทริสเรทติ้งได้ทำการประเมินไว้ในครั้งที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังประกาศ “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative” หรือ “ลบ” สำหรับอันดับเครดิตของบริษัทซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของทริสเรทติ้งเกี่ยวกับความไม่แน่นอนและความรุนแรงของผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของบริษัทอีกด้วย โดยทริสเรทติ้งมีความกังวลเป็นพิเศษต่อสภาพคล่องที่ตึงตัวของบริษัทในระยะสั้น

อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มากที่สุด โดยสายการบินที่จดทะเบียนในประเทศไทยทั้งหมดได้ประกาศหยุดให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเกือบทุกเที่ยวบิน ทั้งนี้ การเดินทางทางอากาศต้องหยุดชะงักจากมาตรการของภาครัฐทั่วโลกที่ห้ามและจำกัดการเดินทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส

กระแสเงินสดของบริษัทจะลดลงอย่างมากในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้เนื่องจากบริษัทได้ประกาศหยุดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 และหยุดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563

ทริสเรทติ้งคาดว่าการเดินทางทางอากาศจะหยุดชะงักต่อไปเป็นเวลานานประมาณ 3-4 เดือน ในการนี้ ทริสเรทติ้งจะทำการประเมินอันดับของบริษัทอีกครั้งหากเห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แย่ลงกว่าที่ทริสเรทติ้งประเมินไว้

ทริสเรทติ้งมีความเห็นว่าบริษัทจะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งในด้านการเงินและสภาพคล่องเพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนกว่าการเดินทางทางอากาศจะคืนสู่ภาวะปกติ ทริสเรทติ้งคาดว่าแหล่งเงินทุนของบริษัทจะประกอบด้วยเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องจำนวน 4.7 พันล้านบาทและวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอีกจำนวน 2 พันล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีภาระที่จะต้องชำระคืนเงินกู้ที่จะครบกำหนดภายใน 12 เดือนข้างหน้าซึ่งประกอบด้วยเงินกู้ระยะยาวจำนวน 2 พันล้านบาทและหนี้ระยะสั้นอีกจำนวน 1.3 พันล้านบาท ขณะนี้บริษัทอยู่ในระหว่างกระบวนการขอเลื่อนการชำระหนี้ที่จะครบกำหนด ดังนั้น เนื่องจากบริษัทได้หยุดให้บริการเที่ยวบินทั้งหมด ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าบริษัทจะมีเงินสดส่วนที่ขาดประมาณเดือนละ 700 ล้านบาท ในขณะที่สถานการณ์ในปัจจุบันนั้นยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการที่ภาครัฐจะให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินหรือไม่และอย่างไร

จากสมมุติฐานข้างต้น ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทอาจจะไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของวงเงินกู้ยืมบางแห่งในช่วงปี 2563 ได้

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและยังไม่มีสัญญาณว่าการแพร่ระบาดจะไปถึงจุดสูงสุดหรือสามารถควบคุมได้เมื่อใด จึงเป็นการยากที่ทริสเรทติ้งจะคาดการณ์ได้อย่างมั่นใจถึงระยะเวลาที่การเดินทางทางอากาศหรืออุตสาหกรรมการบินโดยภาพรวมจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อใด ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งจะทบทวน “เครดิตพินิจ” ของบริษัทโดยทันทีเมื่อทริสเรทติ้งมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนของบริษัทในการจัดการกับสภาพคล่องในช่วงเวลาวิกฤตินี้รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด (TAA)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB-

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

TAA205A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 BBB-

TAA216A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB-

TAA225A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB-

TAA236A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB-

แนวโน้มเครดิตพินิจ: Negative

ทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด เป็นระดับ “BBB-” จาก “BBB+” โดยการลดอันดับเครดิตในครั้งนี้สะท้อนถึงสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ผลกระทบของการแพร่ระบาดที่ส่งผลเสียหายในหลายภาคส่วนนี้มีสัญญาณว่าจะทวีความรุนแรงมากกว่าที่ทริสเรทติ้งได้ทำการประเมินไว้ในครั้งที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังประกาศ “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative” หรือ “ลบ” สำหรับอันดับเครดิตของบริษัทซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของทริสเรทติ้งเกี่ยวกับความไม่แน่นอนและความรุนแรงของผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของบริษัทอีกด้วย โดยทริสเรทติ้งมีความกังวลเป็นพิเศษต่อสภาพคล่องที่ตึงตัวของบริษัทในระยะสั้น

อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มากที่สุด โดยสายการบินที่จดทะเบียนในประเทศไทยทั้งหมดได้ประกาศหยุดให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเกือบทุกเที่ยวบิน ทั้งนี้ การเดินทางทางอากาศต้องหยุดชะงักจากมาตรการของภาครัฐทั่วโลกที่ห้ามและจำกัดการเดินทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส

กระแสเงินสดของบริษัทจะลดลงอย่างมากในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้เนื่องจากบริษัทได้ประกาศหยุดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 และหยุดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563

ทริสเรทติ้งคาดว่าการเดินทางทางอากาศจะหยุดชะงักต่อไปเป็นเวลานานประมาณ 3-4 เดือน ในการนี้ ทริสเรทติ้งจะทำการประเมินอันดับของบริษัทอีกครั้งหากเห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แย่ลงกว่าที่ทริสเรทติ้งประเมินไว้

ทริสเรทติ้งมีความเห็นว่าบริษัทจะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งในด้านการเงินและสภาพคล่องเพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนกว่าการเดินทางทางอากาศจะคืนสู่ภาวะปกติ ทริสเรทติ้งคาดว่าแหล่งเงินทุนของบริษัทจะประกอบด้วยเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องจำนวน 4.7 พันล้านบาทและวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอีกจำนวน 2 พันล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีภาระที่จะต้องชำระคืนเงินกู้ที่จะครบกำหนดภายใน 12 เดือนข้างหน้าซึ่งประกอบด้วยเงินกู้ระยะยาวจำนวน 2 พันล้านบาทและหนี้ระยะสั้นอีกจำนวน 1.3 พันล้านบาท ขณะนี้บริษัทอยู่ในระหว่างกระบวนการขอเลื่อนการชำระหนี้ที่จะครบกำหนด ดังนั้น เนื่องจากบริษัทได้หยุดให้บริการเที่ยวบินทั้งหมด ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าบริษัทจะมีเงินสดส่วนที่ขาดประมาณเดือนละ 700 ล้านบาท ในขณะที่สถานการณ์ในปัจจุบันนั้นยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการที่ภาครัฐจะให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินหรือไม่และอย่างไร

จากสมมุติฐานข้างต้น ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทอาจจะไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของวงเงินกู้ยืมบางแห่งในช่วงปี 2563 ได้

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและยังไม่มีสัญญาณว่าการแพร่ระบาดจะไปถึงจุดสูงสุดหรือสามารถควบคุมได้เมื่อใด จึงเป็นการยากที่ทริสเรทติ้งจะคาดการณ์ได้อย่างมั่นใจถึงระยะเวลาที่การเดินทางทางอากาศหรืออุตสาหกรรมการบินโดยภาพรวมจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อใด ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งจะทบทวน “เครดิตพินิจ” ของบริษัทโดยทันทีเมื่อทริสเรทติ้งมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนของบริษัทในการจัดการกับสภาพคล่องในช่วงเวลาวิกฤตินี้รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด (TAA)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB-
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
TAA205A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 BBB-
TAA216A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB-
TAA225A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB-
TAA236A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB-
แนวโน้มเครดิตพินิจ: Negative

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ