คอลัมน์ซุบซิบการบ้านนินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ยิ่งกว่า "สมรภูมิสงคราม" เมื่อสื่อเครือเนชั่นจัดหนัก จัดทำ "แบนเนอร์" ประกาศให้ประชาชน ข้าราชการทั่วประเทศ ผู้ใดพบเห็นพฤติกรรมของผู้แทนภูมิใจไทยเข้าแทรกแซง หรือสั่งการโดยมิชอบ ให้ร้องเรียนมาที่สื่อในเครือ โดยเฉพาะรายการ "เนชั่นสุดสัปดาห์" จัดหนักยิ่งกว่า เหตุเกิดหลังจาก "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รมว.คมนาคมและเลขาธิการพรรค ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส.ส.ของพรรคในจังหวัดต่างๆ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ 3 พิธีกรในรายการ และบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หลังจากรายการได้นำเสนอประเด็นที่น่าจะถูกตรวจสอบ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ศึกครั้งนี้จะ "ลากยาว" หรือมีคนเข้ามายุติ...ต้องติดตาม

การเมืองแบบไทยๆ ไม่ว่าผู้มีอำนาจลงพื้นที่ตอนไหน จะมีบางบุคคลที่ต้อง "กรุยทางให้นาย" กับบุคคลที่ "เอาใจนาย" ที่มักจะไปโรยผักชี จัดฉากสร้างภาพ มีประชาชนรุมล้อมขอถ่ายรูป ถือเป็นเรื่องปกติชินชาไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็ทำ ยิ่ง "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ทีไรก็มักจะมีปรากฏการณ์ของส่วนราชการบางแห่งเตรียมงาน จนบางทีไปกระทบความปกติสุขของชาวบ้านและกลายเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง แต่ในแง่ของมาตรการรักษาความปลอดภัย อาจต้อง "เข้ม" บ้าง เพราะหากพลาดพลั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องรับไปเต็มๆ

จึงไม่แปลกเมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นๆ ก่อนคณะนายกฯ เดินทางไปถึงที่บริเวณหน้าโรงเรียนราษีไศล อ.ราษีไศล โดยเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มสมัชชาคนจนประมาณ 300 คนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นานประมาณ 30 นาที แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยกลุ่มสมัชชาคนจนเดินทางมาชุมนุมเพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากผลกระทบการก่อสร้างเขื่อนหัวนา, เขื่อนราษีไศล, เขื่อนปากมูล และเขื่อนสิรินทร เป็นการทวงสัญญาจากนายกฯ ตามที่มีข้อตกลงกันไว้ โดยขู่ว่าหากไม่ได้คำตอบที่พอใจจะปิดสนามเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นกลุ่มสมัชชาคนจนได้ปักหลักรอพบนายกฯ ที่บริเวณหน้าโรงเรียนราษีไศล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตั้งแถวคุมเข้มอย่างใกล้ชิด ก่อนที่นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง จะมาพบกับกลุ่มสมัชชาคนจนเพื่อรับทราบปัญหาและข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทำให้คณะนายกฯ เปลี่ยนจุดลงเฮลิคอปเตอร์ไปที่โรงเรียนหวายคำวิทยาแทน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ให้การรับรองการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ ได้แก่ นายทวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ พ้นจากตำแหน่ง กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร โดยให้นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งแทน, นายพนม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา และนายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ พ้นจากตำแหน่ง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยให้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งแทน, นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท พ้นจากตำแหน่ง กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยให้นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ดำรงตำแหน่งแทน เห็นชื่อ "สิระ-ปารีณา" เข้าไปทำหน้าที่ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กับประธาน กมธ.ที่ "เข้มๆ" อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แล้วก็ได้แต่หวังว่า ประชาชนคงได้ประโยชน์จากการทำหน้าที่ของผู้ทรงเกียรติกันอย่างเต็มที่

ยังไม่ชัด...ว่าใครจะมาถือธงฟ้านำทัพแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามเจตนารมณ์ของหลายพรรคที่ประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้ง แรกๆ มีชื่อ "สุชาติ ตันเจริญ" จากฝ่ายพรรคพลังประชารัฐออกมาสกัดทาง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ "อภิสิทธิ์" เองก็ยังไม่เคยฟันธงในเรื่องดังกล่าว แต่ที่ชัดที่สุดคือเจ้าตัวพูดถึงกระแสข่าวเป็นตัวเลือกลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่เข้าใจว่าผู้จัดงานเชิญผมมาทำไม หรืออาจจะเข้าใจว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ แต่ขอพูดให้ชัดตรงนี้เลยว่าไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม." แต่ที่น่าสนใจและฮือฮาคือกระแสข่าวที่ว่ามีชื่อ "มีชัย ฤชุพันธุ์" อดีตประธาน กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะ "รีเทิร์น" มาแก้ปมที่ผูกเป็นเงื่อนตายไว้เอง ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่เป็นเรื่องของบ้านเมืองที่เต็มไปด้วย "โชคชะตาฟ้าลิขิต".


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ