ม.สวนดุสิตยึดอัตลักษณ์ สร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนความเข้มแข็งบนพื้นฐานของความเป็นจริง คือหัวใจสำคัญ

ข่าวทั่วไป 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ถ้าเราเชื่อกันว่า "พรสวรรค์เป็นความสามารถพิเศษที่สวรรค์มอบให้มากับคนแต่ละคน" เป็นเรื่องจริง เราก็ต้อง ยอมรับว่า "ฉะนั้นคนทุกคนย่อมมีความสามารถไม่เท่าเทียมกัน และไม่เหมือนกัน" ในความเป็นวิทยาศาสตร์ หากเรียนรู้ลงลึกไปถึง ด้านพลังสมองของมนุษย์ก็จะพบว่าคนแต่ละคนมีรอยหยัก ของสมองที่ไม่เหมือนกัน และสมรรถภาพของสมองในด้านความคิดการใช้งานก็ต่างกันไป และคงจะเป็นเพราะมนุษย์มีความแตกต่างกันใน เรื่องของความสามารถและสมรรถนะนี้กระมัง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงประกาศออกมาเสียงดังว่า "การพัฒนานวัตกรรมจากงานวิจัย ต้องมาจากพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านอัตลักษณ์" ซึ่งคงหมายถึง การจะสร้างงานให้ดี งานนั้นต้องมาจากความสามารถของตัวตนของ ตัวเองเป็นสำคัญ บรรยายใต้ภาพ รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน

ตัวตนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นับตั้งแต่ ยังเป็นโรงเรียนการเรือน ใครๆ ในยุคนั้นย่อมทราบดีว่า วิชาการเกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเรือนของโรงเรียนนี้เด่นไม่แพ้กับความสวยความงามของนักเรียนซึ่งมีแต่สาวๆ ล้วน เรื่องนี้ อดีตนายทหารใหญ่ต่างรู้จักกันดี เพราะ ในยุคนี้ ทุกตอนเย็น ไม่มีวันใดที่จะไม่เห็น นักเรียนนายร้อยมารอรับเพื่อนสาว จากโรงเรียนนี้ จนทำให้ หนุ่มๆ ในวิทยาลัยครูสวนสุนันทา พากัน ตาร้อน หัวร้อน ไปตามๆ กัน จนเกิดวลี จากบทเพลง ที่แต่งกันเองประโยคหนึ่งว่า "นายร้อยก็ยังไม่หล่อสู้ ปกศ.ก็ยัง ไม่ได้" แต่นั่นก้อเป็นเพียงบทเพลงเท่านั้น หาใช่ความจริงไม่ เพราะผลลัพธ์อันเป็นคำตอบสุดท้าย ลงเอยที่ว่า หนุ่มๆ ปกศ. (ที่ว่าหล่อกว่านายร้อย) ต่างก็เป็นเจ้าของไร่ แห้วกัน 99.9% ฮ่าฮ่าฮ่า

จากอดีตกว่าห้าสิบปี มาถึงวันนี้

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต คนปัจจุบัน ออกมาบอกถึงตัวตน หรือ อัตลักษณ์ของ สถาบันแห่งนี้กับสังคมว่า ความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตคือ อัตลักษณ์ด้านอาหาร และโรงเรียนอนุบาล ละอออุทิศ ด้วยเหตุนี้ นโยบายในการปรับบทบาทอุดมศึกษากับงานวิจัยที่สร้างนวัตกรรมสู่ "เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย นวัตกรรม" จึงขอให้ทุกคนยึดถือ อัตลักษณ์ของสวนดุสิตเพราะเกิดจากความเข้มแข็งบนพื้นฐานของความเป็นจริง

เรา (แนวหน้า และ คนอ่านแนวหน้า) ลองมาดูกันซิ ว่าคนรุ่นนี้จะใช้ความเข้มแข็งของคนรุ่นก่อนมา สร้างการพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร???

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้มอบนโยบายไว้ในการอบรมสัมมนา เรื่อง การปรับ บทบาทอุดมศึกษากับงานวิจัยที่สร้างนวัตกรรมสู่ "เศรษฐกิจ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม" ให้กับคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ว่า อยากให้คณาจารย์ทำความเข้าใจก่อนการพัฒนานวัตกรรม เป็นลำดับแรก คือ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นสถาบันการศึกษาที่ตอบ โจทย์ปัญหาสังคมและชุมชน ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมงานวิจัย ควรนำจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญที่เป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตมาพัฒนาต่อยอด เพื่อพัฒนาชุมชน ส่งต่อองค์ความรู้ให้เกิดความยั่งยืน

รศ.ดร.ศิโรจน์ ขยายความคำว่า นวัตกรรมให้ทราบว่า "นวัตกรรม" ตามแบบฉบับของสวนดุสิต คือ การบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนสาธิตละอออุทิศได้พัฒนาหลักสูตรละออพลัส (LA-OR PLUS) เพื่อเตรียมเป็นโรงเรียน 2 ภาษา และนำความเชี่ยวชาญอัตลักษณ์ด้านปฐมวัย มาต่อยอดเป็น โครงการ October Camp 2019 โดยเฉพาะอัตลักษณ์ด้านอาหาร มหาวิทยาลัยมีวิทยาเขตสุพรรณบุรี ที่เป็นที่ตั้งโรงงานแปรรูปอาหาร โรงงานผลิตเนย ซึ่งคณาจารย์ ทุกคนควรตระหนักและบูรณาการเชื่อมโยงกันภายในให้เกิด ความเข้มแข็ง เพราะตัวมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถือเป็น ผู้ประกอบการหลักที่สามารถซื้อนวัตกรรมของคณาจารย์ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ในอนาคตเล็งให้วิทยาเขตสุพรรณบุรี รวมถึง ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ตรัง ลำปาง นครนายก เป็นศูนย์กลางแต่ละภูมิภาคในการผลิตและกระจายสินค้าขนมท็อฟฟี่เค้ก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ หากเราทำให้เกิดขึ้นได้ และเป็นกระบวนการ โดยเน้นวิธีคิด ตามแบบฉบับสวนดุสิต นวัตกรรมที่มาจากงานวิจัยจะยั่งยืน เพราะเกิดจากความเข้มแข็งบนพื้นฐานของความเป็นจริง

ความเข้มแข็งในอัตลักษณ์ของแต่ละคนย่อม แตกต่างกันไป การรู้เขารู้เรา(ว่าเราแข็งอะไร อ่อนอะไร) ย่อมนำมาสู่ความสำเร็จในการงาน เห็นนโยบาย การนำเอา จุดแข็งของ ม.สวนดุสิตมาสร้างการพัฒนาในครั้งนี้ ทำให้ นึกเลยเถิดไปถึงรัฐบาลที่เพิ่งผ่านงบประมาณมาหมาดๆ ว่า อย่าลืม!! ยึดถือจุดแข็งอันเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ให้แน่น แล้วจงทำไปตามอัตลักษณ์ของตนเองความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะได้มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ