World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday July 2, 2020 17:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้แลกเปลี่ยนสารแสดงความยินดีกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย เมื่อวานนี้ เนื่องในวาระการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศครบรอบ 45 ปี โดยนายกรัฐมนตรีจีนเปิดเผยว่า จีนและไทยเป็นมิตรประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง สายสัมพันธ์ทวิภาคีได้พัฒนาอย่างมั่นคงตลอด 45 ปีที่ผ่านมา ยังผลลัพธ์งดงามในความร่วมมือทุกด้าน นำพาผลประโยชน์อันเป็นรูปธรรมสู่ประชาชน และเป็นตัวอย่างส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

-- คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ เพื่อเรียกร้องให้ทั่วโลกหยุดยิงเป็นเวลา 90 วัน ในช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 ยังแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลังจากที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เสนอแนวคิดดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้ทั่วโลกร่วมมือกันต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศกลุ่มเสี่ยงที่สุด อย่างไรก็ตาม กว่าคณะมนตรีความมั่นคงจะมีมติดังกล่าวก็ใช้เวลาไปกว่า 3 เดือน โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากความไม่ลงรอยกันระหว่างสหรัฐกับจีน

-- สื่อต่างประเทศรายงานว่า บรรดานักลงทุนเตรียมตัวรับความผันผวนของตลาดก่อนถึงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ หลังผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดแสดงให้เห็นว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนิยมแซงหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เนื่องจากความล้มเหลวในการรับมือกับโรคโควิด-19

-- นายเดวิด คลาร์ก รัฐมนตรีสาธารณสุขนิวซีแลนด์ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ หลังจากเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการละเมิดมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเขาแอบพาครอบครัวไปเที่ยวทะเล และไปปั่นจักรยานบนภูเขาลูกหนึ่งในช่วงที่รัฐบาลออกคำสั่งให้ประชาชนกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

-- บริษัทอเมริกัน แอร์ไลน์ กรุ๊ปเปิดเผยว่า ทางสายการบินอาจต้องปรับลดจำนวนพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 8,000 คนออกบางส่วนผ่านกระบวนการเกษียณอายุก่อนกำหนดหรือให้สมัครใจลาออก เนื่องจากพิจารณาแล้วพบว่า พนักงานดังกล่าวมีจำนวนมากเกินไป ขณะที่ธุรกิจของบริษัทกำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

-- สื่อต่างประเทศรายงานว่า เทสลาไต่อันดับขึ้นเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก หลังมูลค่าหุ้นของเทสลาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 1,135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดราว 2.065แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลค่าตลาดของโตโยต้าซึ่งอยู่ที่ราว 2.02 แสนล้านดอลลาร์

-- บริษัท เอ็นพีซี อินเตอร์เนชันแนล ผู้บริหารแฟรนไชส์พิซซ่าฮัทรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ได้ยื่นขอเข้าสู่กระบวนการล้มละลายภายใต้บทบัญญัติที่ 11 (Chapter 11) ของสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าธุรกิจได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้บริษัทต้องปิดร้านตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด

-- Sina Weibo เจ้าของ "เว่ยป๋อ" หรือทวิตเตอร์เวอร์ชั่นจีนเปิดเผยว่า เว่ยป๋อได้ลบบัญชีผู้ใช้งานของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีแห่งอินเดียแล้วตามคำขอของสถานทูตอินเดียในกรุงปักกิ่ง หลังจากอินเดียสั่งแบนแอปพลิเคชันของจีนจำนวนมาก เช่น เว่ยป๋อ, TikTok และ Wechat โดยอ้างถึงภัยคุกคามต่ออธิปไตย, ความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของประชาชน หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารสองฝ่ายบริเวณชายแดนซึ่งส่งผลให้ทหารอินเดียเสียชีวิต 20 นาย

-- หนังสือพิมพ์เดลี เทเลกราฟของอังกฤษรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษมีแผนที่จะยกเลิกข้อกำหนดที่ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องกักตัว โดยผู้ที่เดินทางมาจาก 75 ประเทศจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัว ซึ่งการผ่อนปรนมาตรการครั้งนี้รวมถึงการยกเลิกการห้ามเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังเกือบทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU), ดินแดนอังกฤษซึ่งรวมถึงเบอร์มิวดาและยิบรอลตาร์, ตุรกี, ไทย, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

-- สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการทดสอบการบินของเครื่องโบอิ้ง 737 MAX เสร็จสิ้นแล้ว และจะใช้เวลาประเมินข้อมูลจากการทดสอบ รวมถึงจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามบิน

-- ดร. ไมเคิล ไรอัน กรรมการบริหารโครงการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ไข้หวัดหมู (Swine Flu) ที่เป็นข่าวในจีนเมื่อไม่นานนี้ ไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่และอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิดแล้ว

-- นายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ว่า กำลังพิจารณาที่จะให้ที่ลี้ภัยแก่ชาวฮ่องกงเพื่อตอบโต้ที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ซึ่งเป็นการกำหนดบทลงโทษต่อการกระทำที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยก การโค่นล้ม การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ รวมทั้งการแทรกแซงกิจการภายใน โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

-- สื่อต่างประเทศรายงานว่า ชาวรัสเซียออกมาลงมติสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญกันอย่างท่วมท้น ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดทางให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สามารถครองอำนาจบริหารประเทศต่อไปได้จนถึงปี 2579 เนื่องจากเขาจะสามารถลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียได้อีกสองครั้ง โดยผลการลงมติหลังจากนับคะแนนไปแล้วราว 98% แสดงให้เห็นว่า ชาวรัสเซีย 78% ลงมติสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ขณะที่มีประชาชนเพียง 21% ลงมติคัดค้าน


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ