ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.44/46 มีโอกาสผันผวนในทางอ่อนค่า นลท.รอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 31.35-31.60

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday July 29, 2020 17:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.44/46 มีโอกาสผันผวนในทางอ่อนค่า นลท.รอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 31.35-31.60

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 31.44/46 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.47 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทยังยังแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกับสกุลเงินหลักในภูมิภาค เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินในช่วงนี้ อย่างไรก็ดี เงินบาทยังมีโอกาสจะผันผวนในทิศทางอ่อนค่าได้ เนื่องจากปัจจัยกดดันต่อค่าเงินมีมากกว่าปัจจัยบวก ไม่ว่าจะเป็นการกลับ มาระบาดของโควิดรอบ 2, การเมืองในประเทศ ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ทยอยออกมาในทิศทางไม่ดีนัก

ขณะเดียวกัน คงต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะออกมาใน เช้าวันพรุ่งนี้ เพราะแม้ตลาดจะคาดว่าคงดอกเบี้ย แต่ต้องติดตามว่าจะมีการให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐอย่างไร

"ต้องรอดูว่า FOMC จะมี comment อะไรออกมาเซอร์ไพรส์หรือไม่ ถ้าไม่มีดอลลาร์ก็อาจจะกลับไปแข็งค่า เพราะที่ผ่านมาก็ ขายทำกำไรกันไปเยอะแล้ว จึงมีโอกาสที่จะมีแรงซื้อทำกำไรได้" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.35 - 31.60 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 104.94 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 105.12 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1750 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1718 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,338.35 จุด ลดลง 2.57 จุด (-0.19%) มูลค่าการซื้อขาย 56,111 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 740.19 ลบ.(SET+MAI)
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.75 บาท/
ดอลลาร์ โดยตลาดจะให้ความสนใจการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 28-29 ก.ค.นี้ นักลงทุนคาดว่าเฟดจะให้คำมั่นที่
จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.25% ต่อไป และประเมินเศรษฐกิจในเชิงลบมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจจะไม่
สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19
  • ม.หอการค้าไทย ประเมินมูลค่าการส่งออกไทยปีนี้ -9.6% หดตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยคาดว่าการส่งออกในช่วง
ครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ระดับ -12 ถึง -20% หดตัวมากกว่าครึ่งปีแรกซึ่งอยู่ที่ระดับ -7.1% เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว
จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ยังมีปัจจัยบวกต่อการส่งออกในครึ่งปีหลัง คือ การผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ของ
ประเทศต่างๆ รวมถึงแนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับปี 62
  • ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน มิ.ย.63 อยู่ที่ 83.02 หดตัว -17.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี
ก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.18% จากเดือน พ.ค.63 โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ หลายอุตสาหกรรมหลักเริ่มทยอยกลับมาขยาย
ตัว ส่งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม
  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเสนอชื่อ "นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่ง
ประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แทนที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน ที่จะครบวาระ
การดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 ก.ย.63
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าอัดฉีดเงินสดเข้าสู่ระบบธนาคารในวันนี้ จำนวน 3 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ
4.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเป็นการดำเนินการผ่านข้อตกลง reverse repo ประเภทอายุ 7 วัน อัตราดอกเบี้ย 2.2% ซึ่ง
มีเป้าหมายเพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบธนาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเพียงพอ
  • นักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลก จับตาผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ

(FOMC) ซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธที่ 29 ก.ค.ตามเวลาสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่

ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมครั้งนี้ และเชื่อว่าเฟดจะยืนยันการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวต่อไปในช่วงหลายปีข้างหน้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ