ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.64/66 ระหว่างวันผันผวน ก่อนปรับอ่อนค่าตามภูมิภาค จับตาไทยอาจถูกขึ้น Watchlist กรณีแทรกแซงค่าเงิน

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday July 22, 2020 17:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.64/66 ระหว่างวันผันผวน ก่อนปรับอ่อนค่าตามภูมิภาค จับตาไทยอาจถูกขึ้น Watchlist กรณีแทรกแซงค่าเงิน

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 31.64/66 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วง เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.54 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทค่อนข้างจะผันผวน และเริ่มอ่อนค่าหลังจากที่ตลาดเงินทางฝั่งยุโรปเปิดทำการ โดยมีแรงซื้อดอลลาร์ ประกอบกับ ช่วงบ่ายมีข่าวกรณีที่ไทยและไต้หวันอาจถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีประเทศที่ถูกจับตา (Watch List) จากการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ เป็นธรรม ซึ่งทำให้ช่วงนั้นเงินบาทอ่อนค่าไปเมื่อเทียบกับดอลลาร์

"ช่วงบ่ายอ่อนค่า เนื่องจากมีข่าวที่กระทรวงคลังสหรัฐฯ อาจจะขึ้น watch list ประเทศไทย รวมกับที่มีการซื้อดอลลาร์ ก็ ทำให้บาทอ่อนค่าลง แต่แนวโน้มการอ่อนค่ายังเป็นไปตามทิศทางในภูมิภาค" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.45 - 31.70 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.98 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 106.78 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1544 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1533 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,357.04 จุด ลดลง 19.96 จุด (-1.45%) มูลค่าการซื้อขาย 63,863 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 2,075.57 ลบ.(SET+MAI)
  • โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุด
ใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานมีมติเห็นชอบตามสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
ให้ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต่อไปอีก 1 เดือนถึงสิ้นเดือน ส.ค.63 โดยจะให้เสนอคณะ
รัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาสัปดาห์หน้า
  • ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในช่วงเช้าวันนี้ มี
มติเห็นชอบในหลักการกรณีการผ่อนคลายมาตรการเพื่อเปิดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ประเมินว่าการส่งออกไทยจะหดตัว -8 ถึง -10%
จากเดิมที่เคยคาดว่าจะหดตัว -5 ถึง -8%
  • อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการจดทะเบียนธุรกิจในเดือนมิ.ย.ว่า มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจด
ทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน 5,731 ราย เพิ่มขึ้น 145 ราย จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 3% และเมื่อ
เทียบกับเดือนพ.ค. 63 เพิ่มขึ้น 1,536 ราย คิดเป็น 37%
  • ยูบีเอส กรุ๊ป ระบุว่า ไทยและไต้หวันอาจติดโผรายชื่อประเทศที่รัฐบาลสหรัฐจับตามองเป็นพิเศษว่าอาจดำเนินนโยบาย
อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งทำให้ประเทศเหล่านี้มีความได้เปรียบด้านการค้าเหนือสหรัฐ
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังไม่มีแผนที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกในเร็วๆ นี้ หลังจากที่ได้ประกาศมาตรการ
ฉุกเฉินเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจากเห็นว่าการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2
แข็งแกร่งกว่าที่คาด นอกจากนี้ PBOC ยังต้องการจะหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่เกิดจากมาตรการกระตุ้นที่มากเกินไปด้วย
  • รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศเปิดตัวโครงการมอบเงินอุดหนุนเพื่อการท่องเที่ยวในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาค
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้ฟื้นตัวขึ้นหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่โครงการดัง
กล่าวไม่ครอบคลุมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงโตเกียว เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นในเขตเมือง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ